ข่าวการเมือง

Trump and Kim

การประชุมสุดยอดผู้นำโลกแต่ละครั้งย่อมนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง แนวทางการดำเนินงานที่อาจจะต้องมีการให้คำสัญญาร่วมกัน หรือ อาจจะลงชื่อปฏิญญาร่วมกันก็มี แต่ล่าสุดการพบกันระหว่างทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กับ คิม ผู้นำของเกาหลีเหนือ หัวข้อหลักเลยก็คือนิวเคลียร์ ทำไมเรื่องนี้ถึงยังไม่จบ ความน่ากลัวของ นิวเคลียร์ ต้องยอมรับก่อนว่า นิวเคลียร์ กลายเป็นความมั่นคงรอบใหม่ของโลกมาหลาย 10 ปีแล้ว เนื่องจากการทำลายล้างของมันทั้งรุนแรงและตกค้างเป็นเวลานาน เกาหลีเหนือเองก็ครอบครองเทคโนโลยีนี้อยู่ด้วยเช่นกัน ทำให้หลายโลกเป็นกังวลกลัวว่า เกิด คิม ยิงใส่ประเทศไหนขึ้นมา มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างประเทศหรือกลายเป็นสงครามโลกทันที การเจรจาลดระดับ ทุกประเทศรู้ว่าเกาหลีเหนือมีเทคโนโลยีตัวนี้ แต่เราไม่สามารถบังคับให้ประเทศปลายทางลดระดับนิวเคลียร์ลงได้ (ลองนึกภาพดูคงไม่มีใครชอบให้คนอื่นมาสั่งหรอก) ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดก็คือ การเข้าหาเพื่อเจรจาตั้งโต๊ะพูดคุยกันอย่างสันติว่าต้องการให้ลดระดับนิวเคลียร์ลง ซึ่งหลายครั้งการตั้งโต๊ะเจรจากับนายคิม ผู้นำเกาหลีเหนือจะไม่สำเร็จสักเท่าไร เพราะนายคิมเองก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือนัก คราวนี้นายทรัมป์สามารถทำสำเร็จสามารถขอเจรจาเรื่องนี้ได้ ผลการเจรจาไม่สำเร็จ แม้จะเป็นความสำเร็จ แต่ก็เพียงแค่ขั้นแรกเท่านั้น เนื่องจากหลังจากการเจรจาระหว่าง ทรัมป์ กับ คิม จบลง ทุกอย่างก็เหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่มีการออกมาพูดคุยกับสื่อเรื่องของสัญญาว่าจะลดระดับนิวเคลียร์ลง ไม่มีอะไรทั้งนั้นพูดง่ายๆ ว่าการเจรจาครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จเลย คว่ำบาตร กับ นิวเคลียร์ เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้การเจรจาครั้งนี้ไม่สำเร็จ เป็นผลมาจากการเจรจาเพื่อลดระดับการคว่ำบาตรทางการค้าของสหรัฐและยุโรปไม่เป็นผลด้วย หากยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจากอเมริกา และยุโรป ก่อน เชื่อว่าทางการเกาหลีเหนือก็จะลดระดับนิวเคลียร์ลงเช่นเดียวกัน เมื่อการแลกเปลี่ยนข้อตกลงนี้ไม่เป็นผล นายคิมก็ไม่จำเป็นต้องลดระดับนิวเคลียร์หากทำแบบนั้นก็เท่ากับว่า คิม ยอมเสียเปรียบแบบไม่ได้อะไรเลย นิวเคลียร์ อาวุธสุดท้าย แม้เราจะไม่รู้ว่า ระดับเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือถือครองอยู่นั้นจะมีเท่าไร (จำนวนหัวรบนิวเคลียร์, ความสามารถในการยิงพิสัยไกลข้ามทวีป) แต่ต้องยอมรับว่า นิวเคลียร์เป็นอาวุธทางการเมืองชิ้นหนึ่งที่ นายคิม

When the two leaders Korea together.

เมื่อว่าจะมีการทดลองขีปนาวุธและการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เพื่อหมายจะขู่โจมตีเกาหลีใต้ กลับกลายเป็นเรื่องโชคดี หรือโชคร้าย กันแน่สำหรับเรา ที่พวกเขาหันมาจับมือกันเอง ตั้งแต่ที่เกาหลีเหนือถูกปกครองด้วยผู้นำสูงสุดอย่าง คิมจองอึน ที่ขึ้นรับตำแหน่งในปี 2011 ด้วยวัยเพียง 34 ปี ได้ตกลงที่จะเข้าพบกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมพ์ที่จะเดินทางมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อหารือเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ คิมให้คำมั่นว่าจะยกเลิกทดลองขีปนาวุธ รวมถึงการปลดประจำการฐานทำลองนิวเคลียร์ Punggye-ri เพื่อเป็นการตอบรับข้อทางเกาหลีใต้จะยุติกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับสงครามในเขตปลอดทหาร หรือ DMZ ซึ่งเป็นพื้นที่แบ่งทั้งสองประเทศออกจากกันตั้งแต่ปี 1950 – 1953 นับตั้งแต่สงครามเกาหลี ทางประธานาธิปดีของเกาหลีใต้นั้นออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่าจะยอมรับข้อตกลงสันติภาพร่วมกับเกาหลีเหนืออย่างแน่นอน แต่อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนั้นละ ? 1.ปัญหาทางการเมือง           เนื่องจากทั้งสองเกาหลีนั้น ปกครองด้วยระบอบที่แตกต่างกัน เกาหลีเหนือปกครองด้วยคอมมิวนิสต์ ส่วนเกาหลีใต้นั้นเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเห็นชัดว่ามันเข้ากันไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ยังคงมีตัวเลือกหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ก็คือ 1 ประเทศ 2 ระบอบ เหมือนกับที่เกิดขึ้นในประเทศจีน และฮ่องกงมีสองระบบการเมืองที่ไม่ซ้ำกันภายใต้ร่มเงาของประเทศเดียวกัน 2.ฐานเศรษฐกิจที่แตกต่าง ปัญหาทางเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข เกาหลีเหนือมี GDP น้อยกว่า 1% ของเกาหลีใต้ ถือเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดเป็นอันดับที่ 11 ของโลก การรวมตัวกันของสองเศรษฐกิจการจะเป็นเรื่องที่ก่อหายนะ เหมือนครั้งที่ ตะวันออกและตะวันตกเยอรมันรวมเข้าด้วยกันในปี ปี 1990 ปัจจุบันนี้ทางตะวันออกก็ยังคงพัฒนาการที่ล้าหลังอยู่มาก 3.ระบบสังคมที่ต่างกันสุดขั้ว เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมการแข่งขันสูง ใช่เวลาด้วยความรวดเร็วที่สุด เป็นแหล่งผลิตศิลปิน ดารา นักร้องมากมาย รวมถึงเด็กวัยรุ่นที่ชอบเล่นเกม สังคมของที่นี่เข้มงวดเป็นอย่างมาก เด็กนักเรียนต้องเรียนมากถึง 16

North-South After the historic dialogue.

ทุกคนบนโลกใบนี้รู้ดีว่าประเทศที่แม้จะติดกันแต่มีปัญหากันมาอย่างยาวนานก็คือเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ซึ่งหากให้ย้อนอดีตไปต้องกล่าวตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังสงครามสิ้นสุดลงได้มีการแบ่งพื้นที่บริเวณคาบสมุทรเกาหลีออกเป็น 2 ส่วนคือส่วนทางเหนือปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์จากการคุมอำนาจของสหภาพโซเวียตยุคนั้น ขณะที่ทางฝั่งใต้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยมีสหรัฐฯ และอังกฤษเป็นผู้หนุนหลัง จากปัญหาของระบอบการปกครองที่ต่างกันทำให้ทั้งสองประเทศแม้จะเป็นเกาหลีเหมือนกันแต่กลับมีความต่างกันโดยสิ้นเชิงอย่างที่เราทุกคนเคยเข้าใจกันทว่าการจับตาครั้งสำคัญของสองประเทศฯ หลังเปิดเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ด้านโอลิมปิกแห่งสันติภาพทำให้หลายฝ่ายมองว่านี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็ได้ จับตาครั้งสำคัญกับประวัติศาสตร์การเปิดเจรจาโอลิมปิกแห่งสันติภาพ การเจรจาดังกล่าวเริ่มต้นที่ตัวแทนของเกาหลีสองฝ่ายได้ทำการจับมือทักทายอย่างใกล้ชิดทันทีพอทั้งคู่ถึงยังที่หมายโดยทางเกาหลีเหนือได้กล่าวว่าการเจรจาครั้งนี้จะเป็น โอลิมปิกแห่งสันติภาพ คณะผู้แทนนักกีฬาจากฝั่งเกาหลีเหนือก็พร้อมสำหรับร่วมการแข่งขันครั้งนี้รวมไปถึงการร่วมเข้าแข่งขันกับตัวแทนนักกีฬาจากทั่วโลกหลังก่อนหน้านี้ประชาชนของเกาหลีเหนือได้ขาดการติดต่อจากโลกภายนอกมาอย่างยาวนานเหตุเพราะทำการปิดประเทศเอาไว้ โดยคณะผู้แทนของทางเกาหลีใต้ 5 คน

nadrk-South-Korea-Koreas

Nunc quis gravida odio. Suspendisse id massa commodo, suscipit ex sit amet, egestas urna. Nam mattis tempus tellus, id suscipit nulla aliquam eget. Suspendisse in placerat lacus. Vestibulum id luctus tortor, ac molestie nisl. Phasellus eget nulla nec dolor tincidunt tempor a ut neque. Mauris tempor vulputate nisl id vulputate. Donec id odio at dui pharetra luctus non eu ipsum. Donec sagittis, velit hendrerit dignissim sodales, diam diam scelerisque mi,

เกาหลีใต้ได้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ และเริ่มมีผลนับต่อจากนี้เป็นต้นไป

Curabitur consequat finibus metus in sagittis. Aenean pharetra tincidunt posuere. Vestibulum sodales pretium leo, at suscipit felis. Duis vel pellentesque purus. Morbi porta varius volutpat. Nullam eu varius urna. Phasellus dictum eget ligula vitae tempor. Etiam ut nisi felis. Vestibulum rutrum lacus dui, sed interdum purus vestibulum vel. Nam dictum at mi aliquet volutpat. Vivamus cursus odio ac molestie lacinia. Suspendisse placerat, nulla sed blandit ullamcorper, dolor nunc convallis lacus,