เมื่อผู้นำทั้ง 2 “เกาหลี” จับมือกัน จะส่งผลอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

เมื่อว่าจะมีการทดลองขีปนาวุธและการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เพื่อหมายจะขู่โจมตีเกาหลีใต้ กลับกลายเป็นเรื่องโชคดี หรือโชคร้าย กันแน่สำหรับเรา ที่พวกเขาหันมาจับมือกันเอง ตั้งแต่ที่เกาหลีเหนือถูกปกครองด้วยผู้นำสูงสุดอย่าง คิมจองอึน ที่ขึ้นรับตำแหน่งในปี 2011 ด้วยวัยเพียง 34 ปี ได้ตกลงที่จะเข้าพบกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมพ์ที่จะเดินทางมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อหารือเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์

คิมให้คำมั่นว่าจะยกเลิกทดลองขีปนาวุธ รวมถึงการปลดประจำการฐานทำลองนิวเคลียร์ Punggye-ri เพื่อเป็นการตอบรับข้อทางเกาหลีใต้จะยุติกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับสงครามในเขตปลอดทหาร หรือ DMZ ซึ่งเป็นพื้นที่แบ่งทั้งสองประเทศออกจากกันตั้งแต่ปี 1950 – 1953 นับตั้งแต่สงครามเกาหลี ทางประธานาธิปดีของเกาหลีใต้นั้นออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่าจะยอมรับข้อตกลงสันติภาพร่วมกับเกาหลีเหนืออย่างแน่นอน แต่อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนั้นละ ?

1.ปัญหาทางการเมือง

          เนื่องจากทั้งสองเกาหลีนั้น ปกครองด้วยระบอบที่แตกต่างกัน เกาหลีเหนือปกครองด้วยคอมมิวนิสต์ ส่วนเกาหลีใต้นั้นเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเห็นชัดว่ามันเข้ากันไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ยังคงมีตัวเลือกหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ก็คือ 1 ประเทศ 2 ระบอบ เหมือนกับที่เกิดขึ้นในประเทศจีน และฮ่องกงมีสองระบบการเมืองที่ไม่ซ้ำกันภายใต้ร่มเงาของประเทศเดียวกัน

2.ฐานเศรษฐกิจที่แตกต่าง

ปัญหาทางเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข เกาหลีเหนือมี GDP น้อยกว่า 1% ของเกาหลีใต้ ถือเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดเป็นอันดับที่ 11 ของโลก การรวมตัวกันของสองเศรษฐกิจการจะเป็นเรื่องที่ก่อหายนะ เหมือนครั้งที่ ตะวันออกและตะวันตกเยอรมันรวมเข้าด้วยกันในปี ปี 1990 ปัจจุบันนี้ทางตะวันออกก็ยังคงพัฒนาการที่ล้าหลังอยู่มาก

3.ระบบสังคมที่ต่างกันสุดขั้ว

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมการแข่งขันสูง ใช่เวลาด้วยความรวดเร็วที่สุด เป็นแหล่งผลิตศิลปิน ดารา นักร้องมากมาย รวมถึงเด็กวัยรุ่นที่ชอบเล่นเกม สังคมของที่นี่เข้มงวดเป็นอย่างมาก เด็กนักเรียนต้องเรียนมากถึง 16 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้สอบเข้ามหาลัย 3 อันดับของประเทศให้ได้ รวมถึงเป็นแหล่งศัลยกรรมความงาม ที่มีความก้าวหน้า ที่มีเปอร์เซ็นของประชากรเข้ารับการผ่าตัดสูงที่สุดในโลก และยังเป็นประเทศที่มีคนฆ่าตัวตายเยอะที่สุด

เมื่อเทียบกับเกาหลีเหนือ ที่ใช้ชีวิตอยู่บนความยากลำบาก และได้รับการศึกษาที่ไม่เพียงพอ อาจจะเป็นการยากที่จะหางานทำได้ในสังคมของเกาหลีใต้ บางคนอาจจะเลือกกลับไปอยู่ที่เดิม หรือบางคนอาจโชคดีที่ได้ฝึกกับโครงการอบรมแรงงาน เพื่อฝึกทักษะในการประกอบอาชีพ แต่ยังคงมีโอกาสเสี่ยงที่จะถูกเพื่อนร่วมงานนั้นดูหมิ่นเอาได้ ซึ่งกลายเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข